วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552
คอมพิวเตอร์ฮาร์ตแวร์
ฮาร์ตแวร์
ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ สามารถแบ่งเป็น 5 ส่วน หน่วยรับข้อมูล ได้แก่ หน่วยความจำ หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยแสดงผล อุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ |
สมุนไพรรักษาโรคต่างๆ
สมุนไพรรักษาโรค
สมุนไพรรักษาโรค นั้นมีอยู่มากมาย ลองศึกษาจากข้อมูลพวกนี้ดูน่ะค่ะ โรคไตและม้าม โรคเบาหวาน โรคความดันต่ำ เิ่มเม็ดเลือด เสริมกระดูกให้แข็งแรง ( ไตทำหน้าที่เกี่ยวกับกระดูก ถ้าไตแข็งแรง ก็จะไปเสริมกระดูก ): สับปะรด 1 ลูก ปอกเปลือกและตัดตาให้เรียบร้อย พร้อมกับใบโหระพา 1 กำมือ ปั่นรวมกันให้ระเอียด กรองเอาแต่น้ำใช้ดื่มวันละ 1 เวลาหลังอาหารเย็นทันที ประมาณ 1 ถ้วยกาแฟ หากเหลือให้เก็บไว้ในตู้เย็นไว้รับประทานวันต่อไปได้ ไตวาย สับปะรดทั้งเปลือก 1 ลูก กับสารส้ม(บดแล้ว) ประมาณ ครึ่งช้อนกาแฟ ต้มสารส้มกับสับปะรดโดยใส่น้ำเปล่าให้ท่วมสับปะรด ต้มจนสับปะรดเปื่อยแล้วกรองเอาแต่น้ำมาดื่ม ประมาณวันละ 1 ถ้วยกาแฟ วันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร เช้า-เย็น ( หากอยู่ในระหว่างแพทย์คุม ปริมาณน้ำ ให้ดื่มน้ำยาในปริมาณที่แพทย์อนุญาต )
โรคเบาหวาน ดีบัวแห้ง(บดแล้ว) 1 ช้อนกาแฟใส่น้ำร้อน 1 แก้ว ชงดื่มก่อนนอน ห้ามเพิ่มปริมาณดีบัวเด็ดขาด ทั้งนี้ต้องคุมอาหารประกอบ ะวังอาหารเค็มและมีมันมาก
โรคเบาหวาน ใบมะยม( ในกรณีที่หาดีบัวแห้งไม่ได้ ) ใช้ใบมะยมครั้งละ 8 ก้าน และใบฝรั่งครั้งละ 5 - 7 ใบ หากมีลูกฝรั่งให้หั่นใส่ไปด้วย โดยไม่ต้องเอาเม็ดออก ต้มใบมะยมทั้งก้านกับฝรั่งและน้ำประมาณ 2แก้ว น้ำขนาดปกติ ใช้ดื่มต่างน้ำ
โรคกระดูกพรุน โรคอัลไวเมอร์ และการบำรุงสายตา เซาะแคลเซี่ยมส่วนเกิน แก้อาการข้อ ( เก๊าท์) แก้ภูมิแพ้ มีฤทธิ์ต้านมะเร็งใช้งาดำคั่วบด ทานครั้งละ 1 - 3 ช้อนโต๊ะ จะใช้คลุกข้าวรับประทานก็ได้ รับประทานเวลาใหนก็ได้
โรคซิสด์ เนื้องอก เซลล์มะเร็ง เห็ดหูหนูขาว เห็ดหูหนูดำ และเห็ดอะไรก็ได้อีก 1 ชนิด ปั่นรวมกันใส่น้ำต้มและทำเป็นซุบ ทานไปเรื่อยสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง ตัวจี๊ด นำมะระขี้นก จำนวน 5 ลูก หากให้ได้ผลดีให้ใช้ใบ ต้น ราก เม็ด ( ยกมาทั้งต้น ) ประมาณ 5ต้น นำมาต้มน้ำดื่มวันละ 2 แก้ว เช้า - เย็น หากมีลูกกระเจี๊ยบดิบให้รับประทานร่วมด้วยครั้งละ 2 ลูก
โรคไวรัสบี ใช้มะระขี้นก 2 ลูก ต่อน้ำ 1 แก้ว ปั่นเป็นเครื่องดื่มสด ดื่มครั้งละ 1 แก้ว เช้า - เย็น
โรคกระเพาะ ฟอกปอด และต้านโรคมะเร็ง นำใบมะรุมมาลวกเพื่อรับประทาน หรือรับประทานทั้งดิบๆก็ได้ ประมาณ 4 - 5ยอด วัันละครั้งพร้อมอาหารเย็น
โรคซิสด์ เนื้องอก เซลล์มะเร็ง นำต้นหนอนตายยากปริมาณ 1 กำมือล้างน้ำให้สะอาด ทุบให้ช้ำแล้วใส่น้ำประมาณ 2 แก้ว ต้มให้เหลือ 1 แก้วใช้ดื่มต่างน้ำ ( อาจทำให้ปัสสาวะบ่อย)
โรคมะเร็งตับ โรคมะเร็งเม็ดเลือด ใช้ลูกใต้ใบทั้งต้น จำนวน 6 ต้น ใส่สารส้ม (บดแล้ว ) ครึ่งว้อมกาแฟ เติมน้ำ 1 ลิตร ต้มให้ตัวยาออก ดื่ื่มครั้งละ 1 แก้ว เช้า - เย็น ก่อนอาหาร
โรคความดันโลหิตสูง ใช้หัวไชเท้า ขูดหรือซอยให้ได้ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แช่น้ำส้มสายชู 20 นาที แล้วล้างน้ำให้สะอาด รับประทานหลังอาหารเย็นก่อนนอน ( สามารถทำปริมาณมากๆ )เก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานได้
โรคความดันโลหิตสูงดื่มน้ำผึ้งแท้ ใช้น้ำผึ้ง 1 - 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำโซดา วันละ 1 ครั้ง ก่อนนอน
โรคครอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์สูง ให้นำน้ำแอปเปิล 1 ผล ปั่นกับน้ำโซดา 1 แก้ว ดื่มก่อนนอน ั้งนี้ให้ระวังพืชท่ีมีครอเรสเตอรรอลสูง เช่น กระถิน มะเขือยาว ชะอม
โรคกระเพราะ ปวดท้อง ลมในกระเพาะมาก รับประทานขมิ้นชัน ทานปรฺมาณ 1นิ้วชี้ วันละ 1 ครั้ง หากเป้นขมิ้นชันให้รับประทาฯปริมาณ นิ้วก้อย และถ้าเป้นขมิ้นชันแคปซูลให้รับประทาน ประมาณ 3 แคปซูล หลังอาหารเย็น
โรคไขมันในลำใส้ กระเพาะไม่ย่อย ถุงน้ำดีไม่ทำงาน ใช้กระชาย ครึ้่งกิโลกรัม ใบกระเพรา 1 กำมือ ปั่นรวมกัน ใส่น้ำครึ่งลิตร กรองแล้วใส่น้ำผึ้งเล็กน้อย ประมาณ 1 ช้อนกาแฟ ดื่มวันละ 1 แก้ว เวลาใหนก็ได้
โรคไมเกรน ใช้พริกไทยดำ 7 เม็ด เคี้ยวพริกไทยในปากข้างที่ปวดศรีษะทีละ 1 เม็ดก็ได้ พริกไทยจะละลายข้างกระพุ้งแก้วทำอย่างนี้จนหมด 7เม็ด พยายามไม่ดื่มน้ำตาม ( ให้กลืนไปเลย ) ให้รับประทานตอนก่อนแปรงฟันตอนเช้า ประมาณ 3 - 4 สัปดาห์จะเห็นผล
โรคปวดท้องเประจำเดือน ใช้เกลือ 1 ช้อนกาแฟ น้ำตาลทราย 2 ช้อนกาแฟ + น้ำร้อน 1 แก้ว ให้ดื่มวันละ 2 - 3แก้ว ก่อนนอน และตลอดเวลาที่มีรอบเดือน ไม่ควรรับประมานของเย็น
โรคริดสีดวงทวาร กล้วยหอม 1 ใบ ไม่ต้องปลอกเปลือก นำไปต้มน้ำจนสุก รับประทานกล้วยที่ต้มแล้วทั้งเปลือกก่อนนอนเพราะเปลือกมีกำมะถันระษาโรคแล้วดื่มน้ำอุ่นตาม
ซิสด์หน้าอก ให้ใช้หวีพลาดติกหวีที่หน้อกระหว่างอาบน้ำ 5 - 6 ครั้ง ( โดยให้หวีลง )
ต่อมลูกหมาก ใช้ทับทิม 1 ผล ปั่นกับน้ำโซดา 1 แก้ว กรองแล้้วดื่มน้ำนั้น ก่อนนอนหากกลั้นปัสสาวะนานๆก็มีอาการปวดท้องได้เช่นกัน
โรคกระเพราะปัสสาวะอักเสบ ปัสสาวะเป็นเลือด ให้นำแตงร้านหรือแตงกวา 1 ลูก มาสับแล้วต้มน้ำใส่สารส้ม ครึ่งช้อนกาแฟ ดื่มหลัง อาหารเช้า - เย็น มื้อละ 1 ลูก
ถูกสารพิษ ภูมิแพ้ เมาค้าง นำใบรางจืดประมาณ 30 ใบ ต่อน้ำ 1 ลิตร ต้มดื่มต่างน้ำ
โรคหัวใจ นำหัวใจหมูสด ผ่าครึ่ง ล้างน้ำให้สะอาด นำทองคำเปลว 3 แผ่น ติดข้างในหัวใจหมู นำหัวใจมาประกบ ใช้เข็มกับด้ายเย็บติดกันใหม่ใช้ 3 หัวใจ นำไปต้ม หรือตุ๋น โดยใส่น้ำให้ท่วมหัวใจเมื่อต้มเปื่อยแล้วให้นำน้ำต้มหัวใจมาดื่ม ครั้งละประมาณ 1 ถ้วยกาแฟ วันละ 1 ถ้วย มื่อดื่มน้ำหมดแล้ว ให้น้เนื้อหัวใจนั้นมาหั่นรับประทานด้วยก็ดี ใช้จิ้มกับน้ำจิ้มอะไรก็ได้
ยาบำรุงหัวใจ ให้รับประทานเม็ดบัวต้มเป็นของหวาน ผลไม้อื่นที่ช่วยบำรุงหัวใจ คือ เชอร์รี่ดำ และมังคุด ส่วนผู้ที่เป็นโรคหัวใจโต ไม่ควรรับประทาน
มารู้จักโรคเบาหวานกันเถอะ
มารู้จักโรคเบาหวานกันเถอะ
โรคเบาหวานเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุและวัยกลางคน ซึ่งมีสาเหตุมาจากร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลที่รับประทานเข้าไปได้หมดจึงทำให้น้ำตาลคั่งอยู่ในเลือด ถ้ามีน้ำตาลในเลือดมากจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะ โรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ วิธีรักษาที่ดีที่สุดคือการรักษาระดับน้ำตาลในร่างกายไม่ให้สูงขึ้น รวมทั้งการเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้อง งดอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล ตรวจร่างกายเป็นประจำเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดจากโรคเบาหวาน
1. มะระ ส่วนใหญ่จะใช้มะระขี้นก โดยใช้ผลดิบแก่ที่ยังไม่สุก และยอดอ่อน ใช้เนื้อรับประทานเป็นผักจิ้ม ผลของมะระนำมาลวกรับประทานกับน้ำพริก ส่วนผลมะระจีน ใช้ประกอบอาหาร เช่นแกงจืด ผัด
สรรพคุณทางยา ตามตำรายาไทย เป็นยารสขม ช่วยเจริญอาหาร น้ำคั้นจากผลช่วยแก้ไข้ และใช้อมแก้ปากเปื่อย ผลของมะระจีนที่โตเต็มที่แล้วนำมาหั่นตากแห้งชงกับน้ำร้อน ใช้ดื่มแทนน้ำชา แก้โรคเบาหวาน ใบสดของมะระขี้นกหั่นชงกับน้ำร้อนใช้ถ่ายพยาธิเข็มหมุดและนอกจากนั้นในผลและใบของมะระยังมีสารที่มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด ได้แก่ พี-อินซูลิน (p-insulin) ซึ่งเป็นสารโปรตีน และคาแรนติน(charantin) ซึ่งเป็นสารผสมของสเตียรอยด์ กลัยโคไซด์ 2 ชนิด
2. ตำลึง ตำลึงเป็นผักพื้นบ้าน ที่มีคุณค่าทางด้านอาหารสูง :ประกอบด้วยวิตามิน 10 แร่ธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินอื่น ๆ อีกมาก ยอดตำลึงใช้ปรุงอาหารได้หลายชนิด เช่นแกงจืด ผัดผัก ลวกจิ้ม น้ำพริก แกงเลียง ใส่ก๋วยเตี๋ยว นอกจากจะมีประโยชน์และคุณค่าทางอาหารสูง ในตำลึงยังพบกรดอะมิโน หลายชนิดในผลตำลึงพบสารคิวเดอร์ บิตาขึ้น –บี (cucurbitacinB)
สรรพคุณทางยา ใบและเถาตำลึงมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดได้ โดยมีการทดลองใช้น้ำคั้นจากใบและเถาตำลึง น้ำคั้นจากผลดิบ และสารสกัดจากเถาตำลึงด้วยแอลกอฮอล์ พบว่ามีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดของกระต่ายที่เป็นเบาหวานได้
3. เตยหอม ใบเตยมีสีเขียว น้ำคั้นจากใบเตย มีกลิ่นหอมนำมาใช้แต่งสีขนม แต่งกลิ่นอาหาร นอกจากนี้ยังนิยมนำมาเป็นเครื่องดื่ม น้ำที่ได้จากใบเตยมีสารสำคัญหลายชนิด เช่น ไลนาลิลอะซีเตท (Linalyl acetate),เบนซิลอะซีเตท (benzyl acetate), ไลนาโลออล(Linalool), และเจอรานิออล (geraniol) และมีสารหอมคูมาริน(Coumarin) และเอททิลวานิลลิน(ethyl vanilin)
สรรพคุณทางยา ในตำรายาไทย ใช้ใบเตยสดเป็นยาบำรุงหัวใจ ให้ชุมชื่นช่วยลดอาการกระหายน้ำ รากใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ใช้รักษาเบาหวาน น้ำต้มรากเตยสามารถลดน้ำตาลในเลือดของสัตว์ทดลองได้
- ตรวจร่างกายเป็นประจำ และรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
- ป้องกันภาวะแทรกซ้อน - ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- ดูแลรักษาร่างกาย ระมัดระวังไม่ให้เกิดแผล เพราะจะทำให้แผลหายช้า
มารู้จัก วัคซีน 2009 กัน เถอะ
วัคซีน ป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่หลายประเทศกำลังเร่งผลิตและทดลองกันอยู่ในขณะนี้ กลายเป็นความหวังของคนทั่วโลก ในยามที่โรคอุบัติใหม่ดังกล่าวกำลังระบาดอยู่ในตอนนี้ ขณะที่นักวิจัยของไทยเองได้มีการสร้างเชื้อไวรัสสำหรับผลิตวัคซีนเองเหมือน กัน ทั้งวัคซีนชนิด เชื้อเป็นและ เชื้อตาย แต่วัคซีนชนิดไหนดี เด่น หรือด้อย อย่างไร คงต้องลองเปรียบเทียบดูหลายๆ ปัจจัย อาทิเช่น
ผลิตจากอะไร?
วัคซีนเชื้อเป็น :
ผลิต มาจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ เอช1 เอ็น1 ที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เป็นชนิดที่อ่อนแรงไม่ก่อให้เกิดโรค นำมาเลี้ยงเพิ่มจำนวนแล้วนำไปใช้เป็นวัคซีนได้เลย
วัคซีนเชื้อตาย :
เป็นการ นำเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ เอช1 เอ็น1 2009 มาพัฒนาด้วยเทคนิคทางพันธุกรรม สร้างไวรัสตัวใหม่ที่ไม่ก่อโรคขึ้นมา นำไปเลี้ยงเพิ่มจำนวนแล้วทำให้ตาย เหลือแต่ส่วนผิวซึ่งมีลักษณะจำเพาะของไวรัสที่ใช้กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ แล้วจึงนำไปทำเป็นวัคซีนต่อไป
วิธีการใช้?วัคซีนเชื้อเป็น : ใช้วิธีฉีดพ่นใส่โพรงจมูก
วัคซีนเชื้อตาย : ฉีดผ่านทางกล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง
สามารถขับออกจากร่างกายได้หรือไม่?
วัคซีนเชื้อเป็น : เชื้อไวรัสที่อ่อนแรงนี้ออกมากับน้ำมูก น้ำลายได้
วัคซีนเชื้อตาย : ไม่มีเชื้อไวรัส
จุดเด่น?
วัคซีนเชื้อเป็น : สามารถ สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว และสามารถผลิตได้ครั้งละเป็นจำนวนมากๆ ภายในเวลาอันสั้น แถมยังมีต้นทุนต่ำอีกด้วย
วัคซีนเชื้อตาย : ข้อดี ของวัคซีนเชื้อตายคือปลอดภัย 100% เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายแล้วจะไม่ก่อให้เกิดโรคหรืออาการเจ็บป่วยใดๆ สามารถให้ได้เกือบทุกคน โดยไม่มีอาการแพ้
ข้อจำกัดของวัคซีน?
วัคซีนเชื้อเป็น : ห้าม ใช้กับคนบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่แพ้ไข่ หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ และผู้ที่มีความบกพร่องของ ภูมิคุ้มกัน
วัคซีนเชื้อตาย : หลัง จากฉีดแล้ว ค่อนข้างต้องใช้เวลานานในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายและต้นทุนในการ ผลิตก็สูง จำนวนที่ผลิตได้ในแต่ละครั้งต้องใช้เวลามากและได้วัคซีนค่อนข้าง น้อย และอาจสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่ดีเท่ากับวัคซีนเชื้อเป็น
ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนชนิดไหน ก็ขอให้คนไทยทำสำเร็จ สามารถนำมาใช้กับคนได้จริงๆ สำหรับตอนนี้ในขณะที่วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ยังไม่มี พวกเราก็ต้องใช้วิธีดูแลตัวเองไปก่อน พยายามป้องกันอย่าให้ป่วยเป็นโรคนี้ ด้วยการล้างมือบ่อยๆ หากยังไม่ได้ล้างมือก็อย่านำมือมาขยี้ตา แคะจมูก หรือหยิบสิ่งของเข้าปาก ไอจามใส่กระดาษทิชชูหรือผ้าเช็ดหน้า และร่วมรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการสวมหน้ากากอนามัยทันทีที่ไม่สบายหรือเป็น หวัด สำหรับคนปกติหากเข้าที่แออัดก็ควรสวมหน้ากากอนามัยเช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองรับเชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว หากพวกเรา “รวมพลังกันสู้หวัด” ตามมาตรการเหล่านี้อย่างเคร่งครัด เชื่อว่า เราจะสามารถเอาชนะเจ้าไข้หวัด2009 ได้อย่างแน่นอน
ไข้หวัดใหญ่ 2009
อาการไข้หวัด 2009
ในคนนั้นมีอาการคล้ายกันกับอาการของคนที่เป็นหวัดปกติ และมีอาการต่อไปนี้คือ มีไข้ ท้องเสีย เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดศรีษะ หนาว และ ไม่มีเรี่ยวแรง อ่อนล้า ร่วมด้วย ในบางคนมีอาการท้องเสียร่วมกับอาเจียน และในอดีตมีรายงานว่าผู้ป่วยหลายคนมีอาการรุนแรงถึงขั้นเป็นปอดบวม และ ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด เช่นเดียวกันกับหวัด ที่ไข้หวัด 2009อาจจะแย่ลงจนต้องมีสภาพการเรื้อรังผู้ที่ติดเชื้อไข้หวัด 2009 ควรได้รับการพิจารณาถึงศักยภาพในการติดเชื้อ ไข้หวัด 2009 ระยะเวลาความยาวนานของการฟักเชื้อจนมีอาการ และความเป็นไปได้ของอาการป่วยที่ยาวนานถึง 7 วัน เด็กๆ โดยเฉพาะเด็กเล็กอาจได้รับเชื้อเป็นเวลานาน
